เรื่องราวที่ทุกท่านได้อ่านมาทั้งหมดนั้น

เป็นเรื่องจริง..แต่แค่นำนิทานมาผสมเพื่อความสนุกเท่านั้น

แต่เรื่องราวก็ต้องจบลง....แบบที่ตัวผมเองก็ยังงงๆอยู่

เพราะนางฟ้า..ได้จากผมไปแล้ว

ด้วยเหตุผลที่ตัวผมเองก็ไม่เข้าใจ หรือผมไม่อยากจะเข้าใจก็ไม่รู้

เธอพูดในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าผมสมควรจะได้รับ

เป้นคำพูดที่ไม่มีความรัก ไม่มีความห่วงใย

ไม่มีความหลัง ไมมีความรู้สึกที่ดีๆอีกแล้ว

ผมไม่เคยทำอะไรที่ให้เธอต้องเสียใจ

ผมดูแลความรักเป็นอย่างดีเสมอมา

รอ....ผมก็รอยังมีความสุข ผมรอเธอมาตลอด

แต่สิ่งที่ผมได้รับนั้นก็คือ....การที่ไม่มีเธอ

ผมไม่รู้เหตุผล...ที่เธอทำแบบนี้

ผมพร้อมที่จะรอ...และฟังเหตุผลของเธออยู่

ผมเสียใจและเศร้า.....เกินกว่าที่จะทำนิทานเรื่องนี้ต่อไปได้

ผมต้องขอบคุณทุกคน

ที่มาดู...แล้วให้คำเห็น

ผมคงต้องจบนิทานเรื่องนี้ไว้เท่านี้

รอ...ว่าซักวันนึงผมอาจจะได้กลับมาทำมันต่อ

ผมยังอยากจะเขียนมันต่อไป

แต่ผมก็ทำมันไม่ได้อีกแล้ว

ผมเสียใจเกินกว่าจะทำอะไรต่อไปได้อีกแล้ว

น้ำตาที่ไหลออกมา...ในทุกๆครั้งที่นึกถึงเรื่องราวเก่าๆ

มันทำให้ผมเศร้า..ในทุกๆครั้งที่ผมหายใจ

ภาพของเธอยังคงอยู่ในใจผมตลอดไป

จนกว่าผมจะหมดลมหายใจ

ลาก่อน.....รักแท้ที่วาดไว้

และความฝันที่ดีๆ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน

ขอบคุณจากใจครับ

ติดตาม Blog ของผม ได้ที่

http://dprapon.exteen.com/

 

edit @ 13 Jan 2008 16:33:49 by Prapon

เพื่อนร่วมทาง

posted on 04 Jan 2008 21:57 by myloveyou

หลังจากผมและปูน้อยโดนล้อมอยู่

ได้ไม่นานนัก หนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นได้พูดขึ้นมาว่า

"พวกแกเป็นใครมาที่นี่ทำไม"

ในขนาดที่เขาพูดเขาก็ค่อยๆเอาหมวกออก

ภาพที่ผมเห็นก็คือคนแก่ธรรมดาคนนึงเท่านั้น

"พวกเราที่นี้ไม่ต้อนรับใครทั้งนั้น

พวกเราขอเตือนพวกเธอดีๆว่าอย่าได้

เข้ามายุ่งเรื่องนี้เป็นอันขาด

มิเช่นนั้นพวกเราอาจหมดความอดทน" คนแก่คนนั้นพูด

ผมยืนฟังสิ่งที่พวกเขาพูดอยู่ตลอด

แต่ผมสาบานได้ว่าผมไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาพูดเลย

แต่ในระหว่างที่ผมกำลังสงสัยในสิ่งที่พวกนั้นพูด

ปูน้อยก็ได้พูดกับพวกนั้นว่า

"สิ่งที่พวกแกทำอยู่ มันผิดรู้ไหม

การที่ทำให้คนที่ตัวเองรัก

หรือคนที่เขารักแก

เสียใจ..มันเป็นสิ่งที่ผิดพวกแกรู้ไหม

ความรักเป็นสิ่งที่ดีงาม

แต่พวกแกกลับใช้มันเป็นเครื่องมือ"

ในระหว่างที่ปูน้อยกำลังพูดอยู่นั้นคนแก่คนนั้นก็พูดสวนขึ้นมาทันทีว่า

"หุบปาก!! แกไม่รู้เรื่องอะไรแกอย่ามาพูด

ที่พวกชั้นทำแบบนี้ก็เพื่ออะไร

ถ้าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความรัก

สิ่งที่พวกชั้นทำไปทั้งหมดก็เพื่อความสุขของคนที่เรารัก

และก็เพื่อครอบครัว"

ปูน้อยได้แต่ยืนฟังอย่างเงียบไปพักนึง

และปูน้อยก็หันมาบอกผมว่า

"เราคงต้องหาทางหนีจากที่นี้แล้วละ" ปูน้อยพูด

ผมรู้สึกดีใจมาก ในที่สุดเราสองคนก็ใจตรงกันซะที

ผมเลยถามไปว่าแล้วเราจะทำอย่างไงละ

ปูน้อยไม่ได้ตอบอะไรผม เพียงแต่ปูน้อยหยิบลูกบอลสีดำขึ้นมา

แล้วบอกผมว่าระวังตัวนะ

พร้อมกับปาลูกบอลสีดำนั้นลงพื้น

ทันใดนั้นก็เกิดหมอกสีดำขึ้น

ผมเริ่มมองอะไรไม่เห็น สิ่งแรกที่ผมทำนั้นก็คือ

จับน้องลำไยมากอดไว้กับตัว

ผมไม่รู้จะทำยังไง ทุกอย่างมันมืดไปหมด

ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด

ผมได้ยินเสียงปูน้อยตะโกนว่า

"หันมาทางนี้ซิ"

พอผมได้ยินเสียง ผมก็หันไป

ดีใจจังผมเห็นปูน้อยแล้ว

ผมวิ่งเข้าไปหาปูน้อย และปูน้อยก็พูดว่า

"วิ่งตามฉันมา เร็วๆเข้า"

ผมวิ่งตามปูน้อยไปได้สักพักใหญ่ๆ

จนผมคิดว่าเราน่าจะพ้นจากคนพวกนั้นแล้ว

ผมรู้สึกเหนื่อยมาก เหนื่อยจนหายใจไม่ทัน

แต่สิ่งที่แปลก ปูน้อยกลับไม่เหนื่อยเลยแม้แต่นิดเดียว

ปูน้อยพูดกับผมว่า

"ยินดีที่ได้รู้จักนะ แต่เราคงต้องแยกกันตรงนี้แล้วละ

ฉันต้องไปทำธุระของฉันให้เสร็จ

แล้วนายจะไปไหนต่อละ" ปูน้อยถาม

ผมเงียบไปสักพัก หลังจากผมหายเหนื่อยผมก็ตอบปูน้อยว่า

"ผมต้องเดินทางต่อไปทางทิศตะวันออก"

หลังจากที่ผมพูดเสร็จปูน้อยก็พูดกับผมว่า

"จริงดิ..ทางเดียวกันเลย" ปูนัอยพูดพร้อมกับดีใจ

แต่ผมกับเฉยๆ มันเหมือนกับฉากหนังโบราณๆ

ที่ตัวร้ายขอเดินทางไปกับตัวดี

แล้วสุดท้ายตัวร้ายก็ฆ่าตัวดีทิ้งเมื่อหมดประโยชน์

ผมเลยแอบกลัวอยู่นิด

"'งั้นฉันขอเดินทางไปด้วยคนได้ไหม" ปูน้อยพูด

ผมรู้สึกกลัวๆอยู่เหมือนกัน

แต่อย่างน้อยๆ การที่มีคนรู้เส้นทางมาด้วย

มันก็เป็นสิ่งที่ดี และผมก็ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไง

ผมอาจจะเจอเรื่องที่อันตรายมากกว่านี้อีก

ในขนาดที่ผมคิดอยู่นั้น

น้องลำไย ได้บินวนไปวนมาอยู่รอบตัวของปูน้อย

สิ่งนั้นมันทำให้ผมรู้ว่าน้องลำไยอาจชอบปูน้อยก็ได้

ผมเลยบอกกับปูน้อยไปว่า

"ได้สิ..เราจะได้เดินทางไปด้วยกัน"

ปูน้อยดีใจมาก น้องลำไยก็ทำท่าดีใจ

รวมไปถึง...เจ้าดำกระเป๋าของผม

ดูทุกคนจะดีใจกันเป็นพิเศษ

เว้นแต่ผม เพราะผมยังไม่แน่ใจในตัวของปูน้อย

และที่สำคัญ ทำไมปูน้อยถึงมาอยู่ที่นี้

อดีตของเขาและเขาจะไปทำอะไร

ที่เส้นทางทิศตะวันออก

หวังว่าคงจะไม่เกี่ยวกับหีบนะ

ไม่นานพวกเราก็เดินทางกันต่อไป

ทุกคนดูมีความสุข ผมก็ดีใจ

แต่อดคิดไม่ได้ว่าเส้นทางต่อจากนี้ไป

พวกเราจะพบเจออะไรอีก

แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องสู้..สู้เพื่อนางฟ้าของผม

 

edit @ 5 Jan 2008 00:02:21 by Prapon

edit @ 5 Jan 2008 13:17:06 by Prapon

หลังจากที่ผมสลบไปได้ไม่นาน ผมก็รู้สึกตัวขึ้น

สิ่งแรกที่ผมคิดถึงก็คือน้องลำไย

เพราะผมไม่รู้ว่าเธอจะเป็นยังไงบ้าง หลังจากที่ผมสลบไป

พอผมรู้สึกตัวได้สักพัก ผมก็หันไปมองดูรอบๆตัว

สิ่งที่ผมเห็นก็คือ น้องลำไย

เธอค่อยๆบินมาช้าๆ แต่ข้างตัวเธอมีใครเดินตามมาด้วยก็ไม่รู้

เสียงแรกที่ผมได้ยินจะชายแปลกหน้าคนนั้นก็คือ

"สวัสดี ฉันชื่อ ปูน้อย นะ

ยินดีที่ได้รู้จัก พอดีฉันเดินผ่านมาเห็น

นายกำลังโดนพวกนั้นเล่นงานเข้า

ก็เลยเข้ามาช่วย โชคดีนะที่ฉันมาเจอ

ไม่งั้นนะ ไม่อยากจะพูด"

ผมยังไม่ฟื้นจากอาการสลบดีนัก แต่ผมก็พอจะฟังคำพูดนั้นรู้เรื่อง

"ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อ หมูดื้อ และ เธอชื่อ น้องลำไย

และกระเป๋าของฉันชื่อ เจ้าดำ" ผมพูดพร้อมแนะนำตัวเอง

ปูน้อยทำหน้าเฉยๆ หลังจากผมพูดเสร็จ

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขารู้สึกยังไง เพราะปูน้อยได้ใส่หน้ากากกันก๊าซอยู่

ผมเลยเดาสีหน้าเขาไม่ออก

"นายนี่แปลกดีนะ มีตัวแปลกๆ มีของแปลกๆ

เล่นเอาฉันงงเลย นี่ถามหน่อยว่านายมาทำอะไรในหมู่บ้านนี้" ปูน้อยถาม

คำถามของปูน้อยเล่นเอาผมยืนงงไปพักนึง

ผมกำลังนึกว่า ปูน้อย จะเป็นมิตรหรือศัตรู

ซึ่งถ้าปูน้อยเป็นศัตรูที่จะมาสืบที่อยู่ของหีบ ผมคงตกอยู่ในอันตรายแน่

ผมเลยบอกออกไปว่า

"ผมเป็นนักเดินทางครับ พอดีเดินผ่านมาทางนี้เฉยๆ

แล้วก็เจอคนพวกนั้น ผมก็เลยมานอนสลบอยู่อย่างที่เห็น" ผมโกหกปูน้อย

จริงๆผมก็ไม่อยากจะโกหกคนที่เพิ่งจะช่วยชีวิตผมมาหรอกนะ

แต่ตอนนี้ผมรู้สึกไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น

ถ้าปูน้อยเป็นพวกนั้น และที่มาช่วยพวกเป็นแผนละ

ผมต้องระวังตัวไว้ก่อน ต้องใช้สมอง อย่าใช้ความรู้สึกมาตัดสิน

"คนในหมู่บ้านนี้มันบ้ากันไปหมดแล้ว

เมื่อก่อนหมู่บ้านนี้ก็สงบสุขดี

แต่หลังจากมีคนนำของสิ่งนึงเข้ามา

ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป" ปูน้อยพูดด้วยเสียงเศร้าๆ

ผมจึงถามปูน้อยไปว่าของสิ่งนั้นคืออะไร

ปูน้อยตอบผมว่า

"ตัวฉันเองก็ไม่รู้ แต่ฉันรู้ที่ซ่อนของสิ่งนั้นแล้ว

และฉันก็เชื่อว่าถ้าของสิ่งนั้นถูกทำลาย

ทุกคนในหมู่บ้านจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม"

และปูน้อยก็หยิบหน้ากากอีกอันมาให้ผมพร้อมพูดว่า

"ใส่เอาไว้ มันจะได้กันหมอกสีเหลืองได้

ถ้าสูบหมอกนี้เข้าไป จะเศร้าจนทำอะไรไม่ได้เลย

นอกจากร้องไห้อย่างเดียวเท่านั้น" ปูน้อยอธิบาย

ถ้าผมไม่เคยเห็นหรือสูบหมอกสีเหลืองนะ

ผมคงหัวเราะจนท้องแข็งกับเรื่องที่ปูน้อยพูดให้ฟัง

และปูน้อยก็เดินนำพวกเราไปทางท้ายหมู่บ้าน

เดินมาได้สักพักใหญ่ๆเราก็เห็น

ที่เก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้า

และปูน้อยก็หันมาพูดว่า

"สิ่งนั้นอยู่ข้างบน ถูกแช่ไว้ในถังเก็บน้ำ

ถ้าเราขึ้นไปเอาของสิ่งนั้นมาทำลายได้

ทุกอย่างก็จบ" ปูน้อยพูดด้วยน้ำเสียงที่ดีใจ

ผมได้แต่ยินดีไปกับเขาด้วย

แต่ผมก็คิดในใจว่าทำไมปูน้อยถึงอยากทำลายของสิ่งนั้นนัก

ทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาซักหน่อย

ปูน้อยได้วิ่งนำผมไปที่บันไดทางขึ้น

ผมวิ่งตามปูน้อยไปติดๆ

แต่เราสองคนก็ต้องหยุดเมื่อมีเสียงดังมาจากข้างหลัง

พอเราสองคนหันมามันก็สายไปแล้ว

เพราะคนพวกนั้นได้มายืนล้อมพวกเราไว้หมดแล้ว

ผมคิดอยู่ในใจว่าผมอาจต้องมาทิ้งชีวิตที่นี้แน่เลย

ผมจะทำยังไงดี

edit @ 5 Jan 2008 13:04:17 by Prapon