ผมเดินทางมาได้ประมาณสองวัน

ผมก็ได้มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

ถ้าดูรวมๆแล้วก็เหมือนกับหมู่บ้านทั่วๆไป

แต่ที่ไม่เหมือนหมู่บ้านอื่นก็คือ ผมรู้สึกว่า

ไม่มีผู้คนออกมาเดินนอกบ้านกันเลย

ทั้งๆที่ตอนนี้เวลาก็ประมาณเที่ยงวัน

มันทำให้ผมสงสัย ผมกับน้องลำไยได้เดินสำรวจหมู่บ้านนี้ดู

แต่ก็ไม่พบผู้คนเลย แม้แต่คนเดียว

ผมขอออกตัวก่อนเลยว่า ผมไม่เคยเดินทางไกลมาก่อนเลย

ผมเลยไม่ค่อยชินนัก กับการเดินทางไกล

ผมคิดว่าถ้าเจอหมู่บ้านไหนผมคงจะถามหาข้อมูลถึงเรื่องหีบดู

ไม่แน่ว่าผมอาจจะได้ข้อมูลดีๆก็ได้

แต่ตรงกันข้ามก็สิ่งที่ผมเจอ

หมู่บ้านนี้ดูเหมือนจะไม่มีคนอาศัยอยู่เลย

แล้วผมจะถามข้อมูลจากใครละ

ผมคิดในใจว่า ถ้าไม่มีคนให้ถาม ผมคงต้องเดินทางต่อ

ทั้งที่ผมเหนื่อยเหลือเกิน ผมอยากนอนบนที่นอนนุ่มๆซักคืน

จะได้มีแรงเดินทางต่อ

สักพักในขณะที่ผมกำลังจะหาทางออกจะหมู่บ้านนี้

ก็มีเสียงดังขึ้น เสียงนั้นดังเหมือนเสียงพลุ

ดังขึ้นหนึ่งครั้งแล้วก็เงียบไป แต่หลังจากนั้นไม่นาน

ก็มีหมอกสีเหลืองกลุ่มนึงกระจายไปทั่วหมู่บ้าน

ทันทีที่สูบหมอกเข้าไปในจมูก ผมรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก

เรื่องทุกเรื่องที่ผมเคยเศร้า

บางเรื่องผมก็ลืมหรือทำใจได้แล้ว

แต่พอผมสูบหมอกเข้าไป ภาพเก่าๆเรื่องราวเก่าๆ

มันก็ชัดเจนขึ้นมา เหมือนกับว่ามันพึ่งเกิดขึ้นกับผม

ผมรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก

ผมรู้สึกถึงวันเก่าๆของผมกับนางฟ้า วันที่มีความสุขด้วยกัน

และก็จบด้วยการห่างกันไปไกลแสนไกล

น้ำตาผมก็ไหลออกมา ทั้งที่จริงผมก็พอที่จะทำใจกับเรื่องนี้ได้แล้ว

ผมรู้ว่าการไปของเธอเพื่ออนาคตในวันข้างหน้า

แต่น้ำตาผมก็ไม่อยู่ไหลซักที

แต่ทุกอย่างก็เริ่มแปลกประหลาดขึ้น

เมื่อมีเสียงเปิดประตูของทุกๆบ้าน

ผมกับน้องลำไยงงและก็ทำอะไรไม่ถูกเลย

ที่ทำอะไรไม่ถูกก็เพราะว่าผมมั่นใจว่าในหมู่บ้านไม่น่าจะมีคนอยู่

แต่เสียงที่ผมได้ยินมันก็คือเสียงเปิดประตูบ้านจริงๆ

ผมและน้องลำไยได้ไปหาที่ซ่อน

เพื่อจะได้รู้ไปเลยว่ามันมีอะไรในหมู่บ้านนี้กันแน่

........

ผมแอบดูอยู่ได้ซักพักนึง ผมก็ได้เห็นในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ

นั้นก็คือ มีมือยื่นออกมาจากประตูพร้อมด้วยถังใส่น้ำหนึ่งใบ

แล้วที่แปลกก็คือ ทุกบ้านก็ทำเหมือนกันหมด

และที่เหมือนกันก็คือ ทุกบ้านดูรีบร้อนมาก

ทุกบ้านหลังจากวางถังน้ำแล้วก็จะรีบปิดประตูบ้านทันที

ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าถังน้ำพวกนั้นคืออะไร

ผมก็เห็นกลุ่มคนกลุ่มนึงเดินมาทางนี้

เป็นกลุ่มคนที่เยอะพอสมควร

พอทุกคนมาถึงกลางหมู่บ้าน ก็แบ่งเป็นกลุ่ม

กลุ่มละสามคน เดินไปทั่วหมู่บ้าน

ทุกกลุ่มจะมีตะเกียงอยู่กลุ่มละหนึ่งอัน

ที่แปลกก็คือตะเกียงนี้มันไม่มีแสงออกมาจะตัวของมัน

แต่บริเวณรอบตัวตะเกียงจะไม่มีหมอกสีเหลืองอยู่เลย

และทุกคนในกลุ่มจะเดินข้างๆคนที่ถือตะเกียงอันนี้

คนพวกนี้จะเดินเก็บถังน้ำทีวางอยู่หน้าบ้านของทุกบ้านจนหมด

แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเศร้าแล้วแสบตามาก

คงเป็นเพราะผมร้องไห้มากจนเกินไป

น้ำตาผมไหลไม่หยุดเลย

ผมยังคงรู้สึกไม่หาย ทั้งที่พยายามหยุดร้องแล้ว

แต่ก็ไร้ผล ผมจะทำยังไงดี

มันคงเป็นเพราะหมอกสีเหลืองแน่เลย

ในตอนนั้นเองผมได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลัง

ในระหว่างทีผมจะหันไปมอง

ผมก็โดนไม้ตีที่หัวเข้าให้แล้ว

ภาพสุดท้ายที่ผมเห็นก่อนจะหมดสติก็คือ

พวกมันสามคนยืนอยู่ตรงหน้าผม แต่ภาพพร่ามัวไปหมด

ผมพยายามจะไม่หมดสติหรือสลบไป

เพราะผมเป็นห่วงน้องลำไย กลัวว่าจะได้รับอันตราย

ในขณะที่ผมกำลังจะมีสติคืนมา

พวกมันคนนึงก็พูดว่า

"อย่าพึ่งฆ่ามันดีกว่า เก็บไปให้เจ้านายเราดีกว่า"

หลังจากพวกมันพูดจบ

ผมก็โดนไม้ตีไปที่หัวอีกที

ไม่ไหวแล้ว

นางฟ้าคงไม่ให้อภัยผมแน่เลย ถ้ารู้ว่า

ผมปกป้องน้องลำไยไว้ไม่ได้

ตาของผมค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ

ในใจผมได้แต่พูดว่า

"ขอโทษนะนางฟ้าที่ผมมันอ่อนแอซะเหลือเกิน"

 

 

edit @ 28 Dec 2007 23:10:57 by Prapon

edit @ 5 Jan 2008 12:43:41 by Prapon

หลังจากที่ผมคิ่ดอยู่ได้ซักพักนึง

ผมก็ตอบยอมรับข้อเสนอของหมอดูแห่งความตายไป

"ถ้าแกเลือกที่จะทำแล้วฉันก็จะบอกที่อยู่ของ

หีบความรู้สึก

ให้แกได้รู้ ที่ตั้งของมันเป็นปริศนามานาน

ไม่เคยมีใครเคยเจอมันมาก่อน ฉันรู้แต่ว่า

ต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกขึ้นไปจนสุดเส้นทาง

และเจ้าจะได้เจอคำตอบของทุกอย่าง

แต่การเดินทางไม่ได้ง่ายเลย

เจ้าจะพบแต่ความลำบากยากเย็นตลอดเวลา

ที่เจ้าคิดถึงหีบหรือเข้าใกล้หีบ" หมอดูพูด

ผมเริ่มสงสัยว่าถ้าหมอดูรู้ที่ตั้งแล้ว

ทำไมเขาถึงไม่ไปเอามันซักเองละ

"เจ้าไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไมฉันไม่ไปเอามันเอง

ใจฉันก็อยากจะไปเองแต่ด้วยร่างกายของฉันมันเริ่มที่จะไม่ไหวแล้ว

แถมพวกอีกามันก็เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน

ฉันเลยให้แกไปแทนฉันไง

แต่การที่จะเปิดหีบนั้นได้ มันต้องมีกุญแจที่จะเปิดมันได้" หมอดูพูด

"สิ่งนั้นคืออะไรครับ" ผมถามหมอดู

"สิ่งนั้นต้องมีความสำคัญระหว่างเจ้ากับคนรักของเจ้า

และเป็นสิ่งของที่มีความผูกพัน

มีความทรงจำที่ดี

หรือเป็นสิ่งของดูต่างหน้าคนรักได้" หมอดูพูด

ผมพยายามคิดอยู่ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร

สิ่งของที่มี ความทรงจำ ความผูกพัน

และมีความสำคัญ

ของสิ่งนั้นคืออะไร

...............

................

และแล้วผมก็คิดออกมันก็คือ

ลำไย หรือ น้องลำไย

น้องลำไยเป็นผลไม้ธรรมดาๆผลนึง

แต่นางฟ้าเสกให้ผลไม้ลูกนี้ไม่เน่า

แล้วนางฟ้าก็ได้วาดรูปลงไปในผลไม้ลูกนั้น

แล้วเราสองคนก็ตั้งชื่อให้ผลไม้ลูกนั้นว่า

น้องลำไย

น้องลำไย เป็นของสิ่งเดียวที่นางฟ้าเป็นคนทำขึ้นมาเองกับมือ

มันเป็นเหมือนตัวแทนความรักของเราสองคนเลย

ผมจึงได้บอกกับหมอดูไปว่า

ผมเจอสิ่งของที่ว่าแล้ว

พอผมพูดเสร็จหมอดูก็ให้ผมหลับตา

แล้วคิดถึงของสิ่งนั้น

ในระหว่างที่ผมหลับตาหมอดูก็ได้บอกว่า

ให้คิดถึงสิ่งของที่ใช้เป็นประจำมาอีกสิ่งนึง

เป็นสิ่งของที่ดูเหมือนว่าจะสำคัญแต่ก็ไม่สำคัญ

เหมือนมันจะมีค่าก็ไม่มีค่า

และเป็นสิ่งของที่ใช้เป็นประจำ

ในไม่ช้าผมก็คิดออก สิ่งนั้นก็คือ

กระเป๋าสีดำ

กระเป๋าใบนี้ เป็นทุกอย่างเลยก็ว่าได้

ใส่ของ ใส่อาหาร ใส่ได้ทุกอย่าง

จนมีวันนึงนางฟ้าบอกว่า

กระเป๋าใบนี้ เป็นกระเป๋าวิเศษหรือเปล่า

พอผมนึกถึงกระเป๋าสีดำของผม

ได้ซักพัก หมอดูก็บอกให้ผมลืมตาขึ้น

สิ่งที่ผมเห็นก็คือ

น้องลำไย บินอยู่ตรงหน้าของผม

ผมไม่อยากจะเชื่อสายตาของผม

ผมคิดว่าถ้านางฟ้ารู้ว่าสิ่งที่ทำเล่นในวันนั้น

วันนี้มันกลับมีชีวิตขึ้นมาแล้ว

เธอคงดีใจน่าดูเลย

แต่ผมดีใจกับน้องลำไยได้ไม่นาน

ก็มีเสียงนึงดังขึ้นมาว่า

"แกใช้ฉันซะคุ้มเลยน่ะ มีอะไรแกก็มาที่ฉัน

ทั้งหนักบ้าง มีกลิ่นบ้าง ฉันอย่าจะกินแกลงไปในท้องฉันซะเลย"

ที่มาของเสียงนั้นก็คือ

กระเป๋าดำของผม แต่ที่ทำให้ผมตกใจก็คือมันพูดได้

และรู้สึกว่ามันจะไม่พอใจผมซะด้วย

"สิ่งที่แกเห็นมันจะช่วยแกในวันข้างหน้า

คำตอบทุกอย่างมันรอแกอยู่ข้างหน้า

แกจงนำสิ่งของพวกนี้เดินทางไปกับแกด้วย

ฉันช่วยแกได้เท่านี้ ที่เหลือก็คงขึ้นอยู่กับ

โชคชะตาและความรักที่ยิ่งใหญ่ของแกแล้ว

ไว้เจอกันในวันที่แกได้หีบมา

ขอให้โชคดี" หมอดูพูด

พอหมอดูแห่งความตายพูดเสร็จเขาก็หายตัวไปก็ฝูงอีกา

..............

หลังจากนั้นผมก็ได้พาโอซาไปนอนในห้องของผม

เพราะโอซาสลับไป

ในระหว่างนั้นผมก็ได้เตรียมตัวในการเดินทางไกล

แต่สิ่งของที่จำเป็นมีเยอะมาก

ผมไม่รู้ว่าจะเอาไปยังไงหมด

เพราะหนทางข้างหน้าคงลำบากน่าดู

ยิ่งเอาของไปเยอะก็ยิ่งทำให้ช้าลง

ในระหว่างที่ผมนำสิ่งของที่จำเป็นมากองรวมกันอยู่นั้น

เจ้ากระเป๋าก็พูดว่า

"ที่แบบนี้ ทำมาเป็นคิดมากเมื่อก่อนเห็นมีอะไร

ก็เอามาใส่ที่ฉันทุกที เวลาแบบนี้ทำมาเป็นคิดมาก

ถอยไป แล้วดู"

ทันใดนั้น เจ้ากระเป๋าก็ได้กินสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าผมจนหมด

ผมงงมาก แล้วก็รู้สึกโกรธด้วยว่าทำไมทำแบบนี้

เจ้ากระเป๋าก็พูดว่า

"สิ่งของพวกนี้ไม่ได้ถูกกิน แต่แค่ถูกเก็บไว้ในตัวฉันเท่านั้น

ถ้าแกต้องการจะใช้มันก็บอกฉัน

ฉันจะเอาออกมาให้"

ผมรู้สึกดีใจและขอบคุณหมอดูแห่งความตาย

ที่ทำให้กระเป๋าใบนี้มีชีวิตขึ้นมา

เพียงเวลาไม่นานผมก็เตรียมของเสร็จ

ผมพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว

ผมได้เขียนจดหมายเรื่องราวทั้งหมด

ทิ้งไว้ให้โอซาอ่านเรียบร้อยแล้ว

คงได้เวลาที่ผมต้องไปแล้ว

หนทางข้างหน้าจะเป็นยังไง

จะมีคำตอบที่ผมต้องการอยู่หรือเปล่า

และผมจะพบเจอกับอะไรบ้าง

ผมเองก็ไม่รู้

แต่ที่รู้ตอนนี้ก็คือ

ผมคิดถึงนางฟ้า

...............

.......

..

.

edit @ 25 Dec 2007 00:10:25 by Prapon

edit @ 5 Jan 2008 10:57:56 by Prapon

หีบความรู้สึก

posted on 23 Dec 2007 23:17 by myloveyou

หลังจากวันที่ผมได้เจอ หมอดูแห่งความตาย

มันทำให้ผมคิดถึงสิ่งของที่จอมปีศาจต้องการ

และสิ่งของสิ่งนี้มันน่าจะช่วยให้ผมกำจัด มาร ที่อยู่ในตัวผมได้

หรือไม่มันก็น่าจะทำให้อะไรๆดีขึ้น

ผมนั่งคิดอยู่นาน ซักพักผมก็เห็น โอซา นกของหุ่นน้อย

โอซามาหาผม บอกว่าหุ่นน้อยเจอข้อมูลสำคัญแล้ว

เลยจะเรียกผมไปดู ระหว่างที่ผมกำลังจะออกจากบ้าน

เสียงที่ผมเคยได้ยินก็ดังขึ้นนั้นก็คือเสียง

อีกา เสียงอีกาอีกแล้ว ผมรู้สึกกลัวมาก

เพราะผมไม่รู้ว่า เขาต้องการอะไรจากผมกันแน่

แต่ที่สำคัญผมรู้สึกว่า โอซา มีทีท่าแปลกๆไป

"โอซา เป็นอะไรหรือเปล่า" ผมพูด

ผมไม่รู้ว่าโอซาเป็นอะไร แต่ผมว่ามันต้องมีอะไรแน่

"เธออยากเจอฉันใช่ไหม"  โอซาพูด

คำพูดนั้น เสียงนั้น มันไม่ใช่เสียงของโอซา

และทันนั้นภาพที่ผมเห็นก็คือ

หมอดูแห่งความตาย ยืนอยู่หลังโอซา

"แกต้องการอะไรกันแน่ ทำไมถึงทำแบบนี้" ผมพูด

"ก็มันเป็นทางเดียวที่ฉันจะได้พูดกับแกไง" หมอดูพูด

และผมก็พอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมจึงต้องเป็นโอซา

เพราะโอซามีความสามารถพิเศษในการติดต่อและสื่อสาร

"แกต้องการอะไร" ผมพูด

"ฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากแก ฉันแค่อยากช่วยแก

เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะว่าพลังความรักในตัวแกไง

มีอยู่วันนึงฉันได้เดินทางผ่านมาทางหมู่บ้านนี้

ฉันรู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อ

จนฉันได้สัมผัสความรักของแก" หมอดูพูด

คำพูดที่หมอดูพูดทำให้ผมงงไปซักพัก

และผมก็เข้าใจว่า เหตุการณ์นั้นน่าจะเป็น

วันที่ผมใช้เครื่องสร้างจิตใต้สำนึก

"ฉันรู้สึกชื่นชมในความรักของแกมาก

มันทำให้ฉันรู้สึกคิดถึง....ภรรยาของฉัน

................

มาเข้าเรื่องของเราดีกว่า

ฉันรู้มาว่าแกต้องการจะกำจัดมารในตัวแกใช่ไหม

ฉันมีวิธีที่จะทำให้แกสมหวังได้" หมอดูพูด

ในตอนนั้นผมดีใจมาก เพราะว่าถ้าผมยังปล่อย

ให้ มาร อยู่ในตัวผมแบบนี้

ซักวันนึง นางฟ้าที่ผมรัก อาจจะได้รับอันตรายแน่

"จริงหรือเปล่าครับ" ผมพูด

หมอดูยิ้มแบบแปลกๆแล้วก็พูดว่า

"แกจะมีปัญญาทำได้หริอ

แกก็แค่หมูน้อยตัวนึงที่มีพลังความรัก

มากกว่าคนทั่วไปก็เท่านั้น

แต่นั้นมันก็ยังไม่เพียงพอ" หมอดูพูด

"ผมสู้อยู่แล้วครับ ไม่ว่ามันจะลำบากยากเย็น

ซักแค่ไหน ผมก็จะทำถ้าสิ่งที่ผมทำ

มันทำให้ผมได้รักกับนางฟ้าตลอดไป

และทำให้เราทั้งสองคนมีความสุข

ไม่ว่าผมจะแลกความสุขมาด้วยชีวิตของผมก็ตาม" ผมพูด

.................

"แกแน่ใจในสิ่งที่แกจะทำใช่ไหม" หมอดูพูด

"ใช่ครับ" ผมพูดอย่างรวดเร็ว

"ถ้าอย่างนั้น ฉันก็จะบอกแก

แกคงรู้เรื่องของฉันแล้วใช่ไหม

สื่งของที่จอมปีศาจต้องการมันก็คือ

หีบความรู้สึก

หีบนี้จะทำให้ความรู้สึกเป็นจริงได้

และจะทำได้ สามครั้ง เท่านั้น

นั้นก็คือสิ่งที่แกต้องหามาให้ฉัน

แต่มีข้อแม้นะ แกจะรับได้ไหม" หมอดูพูด

ผมรู้แล้วว่าเรื่องมันต้องเป็นแบบนี้

แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอีกนี่

ผมจึงบอกว่า "ข้อแม้คืออะไร"

"ก็เป็นข้อแม้ที่ไม่ยาก

นั้นก็คือ แกเอาหีบนั้นมาให้ฉัน

แล้วฉันจะขอพรจากหีบนั้น

เพื่อช่วยภรรยาของฉัน

เสร็จแล้วฉันก็จะให้แกขอพรหนึ่งข้อ

พอเราสองคนได้ของที่ต้องการแล้ว

ฉันก็จะเอาหีบนี้ไปให้จอมปีศาจเพื่อ

แลกชีวิตและทุกๆอย่างของฉันคืน

แต่

ถ้าแกทำไม่ได้ แกก็ต้องเป็นแบบฉันนั้นก็คือ

ไม่มีความรู้สึก ไร้การมองเห็น ไร้การสื่อสาร

และแกก็ต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพียงลำพังตลอดกาล

ออ..และก็ต้องเจออีกาจิกทุกวันและแถม

เวลาที่แกนึกอยากจะตายแกก็ตายไม่ได้

แกจะยอมรับข้อเสนอนี้ไหม" หมอดูพูด

ผมคิดในใจว่าถ้าผมต้องอยู่คนเดียวตลอดกาลโดย

พูดไม่ได้ มองไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย

ผมจะอยู่หรือเปล่า ผมอาจจะ

ไม่ได้ยินเสียงที่นางฟ้าพูดกับผมอีกก็เป็นได้

และผมคงไม่ได้เห็นหน้าเธอไปตลอดกาลก็เป็นได้

และก็ไม่ได้กินอาหารที่เธอทำอีกก็เป็นได้

แต่ถ้าผมไม่ทำอะไรซักอย่างมันก็คงไม่ต่างกันซักเท่า

เพราะถ้าวันนึงนางฟ้าได้มาเจอผม

มาร ในตัวของผมก็คงจะทำอันตรายเธอแน่นอน

ผมควรจะทำยังไงดี

.................

edit @ 24 Dec 2007 19:06:07 by Prapon